มาบริหารสมองกันเถอะ

ballet_test-1ลองสังเกตรูปนักบัลเล่ต์นี้
ท่านเห็นว่าขานักบัลเล่ต์หมุนไปทิศทางใด

ถ้รูปผู้หญิงหมุนตามเข็มนาฬิกาแสดงว่า
คุณกำลังใช้สมองซีกขวาอยู่

ถ้ารูปผู้หญิงหมุนทวนเข็มนาฬิกาแสดงว่า
คุณกำลังใช้สมองซีกซ้ายอยู่

เน้นว่า “กำลังใช้” ไม่ได้หมายความว่าถ้าเราเห็นรูปหมุนตามเข็มจะหมายความว่าเราถนัดซีกขวาเสมอไป

มีใจความต่อว่า… บางคนก็เห็นรูปหมุนทั้งสองแบบ แต่คนส่วนใหญ่เห็นแบบเดียว

ถ้าคุณพยายาม(จินตนาการ)จะให้รูปที่หมุนอยู่นั้นเปลี่ยนรูปแบบการหมุนไป แล้วรูปเปลี่ยนตามที่คุณคิด แสดงว่าคุณมี IQ มากกว่า 160 ซึ่งเกือบเป็นอัจฉริยะ
รูปแบบการหมุนทั้งสองแบบสามารถพบเห็นได้ และเมื่อไรที่รูปเปลี่ยนทิศการหมุนแสดงว่าคลื่นสมองของคุณได้เปลี่ยนไปด้วย  ลองดูสักพักคุณจะบังคับทิศทางการเต้นบัลเล่ต์ในรูปได้

จากการศึกษาค้นคว้าของ Yale University พบว่าผู้คนเพียง 14% ของจำนวนประชากรสหรัฐอเมริกาเห็นรูปผู้หญิงหมุนทั้งสองแบบ

หากเราไม่มีสติการสั่งให้นักบัลเล่ต์หมุนไปในทิศที่เราต้องการจะยากมาก  แต่หากเรามีสติ มีสมาธิการบังคับนักบัลเล่ต์จะง่ายและใช้เวลาอันสั้นก็จะสามารถควบคุมทิศทางการหมุนของนักบัลเล่ต์ในภาพได้

ข้อควรจำ
สมองซีกซ้ายจะทำหน้าที่เกี่ยวกับรูปธรรมทั้งหลาย เช่น การคิด เหตุผล การวิเคราะห์ ภาษา การเขียน การคำนวณ ฯลฯ และ การเคลื่อนไหวต่าง ๆ เราจะรับรู้เรื่องเหล่านี้ได้จากการทำงานของสมองซีกซ้ายส่วนสมองซีกขว ขวาจะมีหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องนามธรรม เช่น จินตนาการ มโนธรรม คุณธรรม ศิลปะ ดนตรี อารมณ์สุนทรีย์ ญาณปัญญา ฯลฯ

……….ข้อมูลเพิ่มเติม…………
สมองซีกขวาทำหน้าที่ได้ดีในด้านต่อไปนี้
1. การมองอะไรที่เป็นมิติ และช่องว่างบนพื้นผิว (Spatial)
2.การเข้าใจภาษาง่ายๆ ที่ไม่ซับซ้อน
3.การรับรู้ลวดลายทางด้านศิลปะ การแสดงละครบนเวที
4. ความคิดสร้างสรรค์
5. การมีอารมณ์ขัน
6. การรับรู้เกี่ยวกับการสัมผัส
7. ความคิดเชิงนามธรรม
8. การใช้ภาษาท่าทางหรือภาษากาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เราใช้เป็นประจำ เช่น การแสดงออกของสีหน้า
9. การจัดสภาพแวดล้อมให้กลมกลืน
10. การทำกิจกรรมหลายอย่างในเวลาเดียวกัน รวมถึงการฟังคน 2 คนพูดพร้อมกัน ทั้งที่ต่างพูดคนละแบบ

สมองซีกซ้ายทำหน้าที่ได้ดีในด้านต่อไปนี้
1.การแสดงออกทางด้านการพูด
2. การรับรู้ด้านภาษา
3. การใช้กล้ามเนื้อแขนขาและมือ
4. ความระมัดระวัง
5. การเรียนรู้โดยการจัดหมวดหมู่
6. การค้นหาความเหมือนกัน
7. การที่จะมีสติควบคุมตัวเองได้
8. การสร้างแนวคิดใหม่ๆ หรือความรู้ที่เกี่ยวกับแนวความคิด หรือความคิดรวบยอดที่เราเรียกว่าการวาง Concept
9. การวิเคราะห์เกี่ยวกับเวลา
10. การเรียนคณิตศาสตร์คำนวณ การเข้าใจจำนวน
11. การเขียน
12. การจำแนกซ้ายขวา
13. การจัดลำดับสิ่งของ

เครดิต JicKaro
http://fernsterno.exteen.com/20090104/entry
http://xchange.teenee.com/index.php?showtopic=73209

โพสท์ใน บทความชีววิทยา | ติดป้ายกำกับ , , , , , , | ใส่ความเห็น

บทความ “แท้จริงแล้ว…อาหารของมนุษย์เรานั้นคืออะไรกัน” ตีพิมพ์วารสารวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

 

ครูได้ส่งวารสารไปที่คณะวิทยาศาสตร์  มหาวิทยลัยศิลปากร  และได้ตีพิมพ์ลงในวารสาร ปีที่ 18
ฉบับที่ 11 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2555  หน้า 4  เรื่อง “แท้จริงแล้ว…อาหารของมนุษย์เรานั้นคืออะไรกัน” 
img052
img053

โพสท์ใน บทความชีววิทยา | ติดป้ายกำกับ , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

ผลการประกวดถ่ายภาพเล่าเรื่อง การไปทัศนศึกษา ม.6 ชลบุรี

จากการไปทัศนศึกษาชลบุรี 2 วันคือวันที่ 10-11 มกราคม 2556    ม.6 ได้ไปทัศนศึกษากันที่บางแสน
จ. ชลบุรี   ได้ให้นักเรียนถ่ายภาพเล่าเรื่อง  ผลการประกวดเป็นดังนี้
ชนะเลิศ   นางสาวสุวรรณา  จำนงสังข์   ม.6/2    ได้รับเงินรางวัล 1,000  บาท
รองชนะเลิศอันดับ 1 นางสาวอลิษา ผาลิชัย  ม. 6/2  ได้รับเงินรางวัล 600  บาท
รองชนะเลิศอันดับที่ 2 นางสาวปราณี  ลิ้มกุล  ม.6/3 ได้รับเงินรางวีล 400 บาท
ชมเชย  2 รางวัล  นายปิติ  วุฒิฐิโก  และนายธนพงศ์  กิจสงวน  ได้รับเงินรางวัลคนละ 150 บาท

รูปภาพ

ผลงานของ นางสาวสุวรรณา  จำนงสังข์

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

แบบฝึกหัด เรื่องการวิเคราะห์ประเภทหรือชนิดของพฤติกรรมสัตว์

ลองทำเองในกะดาษก่อน โดยคลิกที่รูปเพื่อขยายดูโจทย์  เมื่อทำครบจึงตรวจสอบคำตอบด้านล่าง
แบบฝึกหัดวิเคราะห์พฤติกรรมสัตว์เฉลย   อยู่ด้านล่างให้เลื่อนลงมาดูต่อเมื่อทำเสร็จแล้วจึงจะเกิดผลดี  ในแง่ของการตรวจสอบคำตอบ  และทดสอบความรู้ที่เรียนมา

เลื่อนลงมา

เฉลย

  1. รีเฟล็กซ์
  2. HB
  3. ไคเนซีส
  4. รีเฟล็กซ์
  5. TE
  6. รีเฟล็กซ์
  7. แทกซีส
  8. CR
  9. HB
  10. รีเฟล็กซ์
  11. ไคเนซีส
  12. HB
  13. CR
  14. IP
  15. แทกซีส
  16. TE
  17. CONDITIONING
  18. Reasoning
  19. ไคเนซีส
  20. CONDITIONING
  21. CONDITIONING
  22. HB
  23. ไคเนซีส
  24. reflex
  25. IP
  26. แทกซีส
  27. IP
  28. CR
  29. Reasoning
  30. แทกซีส
  31. HB
  32. TE
  33. แทกซีส
  34. CR
  35. แทกซีส
  36. TE
  37. CONDITIONING
  38. IP
โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | 1 ความเห็น

Concept Map : Animal behavior [Classroom Version]

ผังสรุปเรื่อง พฤติกรรมสัตว์    คลิกแล้วขยาย….มันใหญ่มากกกกกกก
IMG_20130124_112150

เขียนไปพูดไปได้บรรยากาศ   เป็นบรรยากาศการเรียนพฤติกรรมสัตว์ โดยสรุปเป็นภาพรวมๆ  ส่วนรายละเอียดขอให้นักเรียนได้ศึกษาจากวีดีโอ  เพราะว่าจะบรรยายอย่างละเอียดในนั้นครับ  คลิกดูเลย
บทที่ ๑๐  พฤติกรรมสัตว์ (Animal Behavior)

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , | ใส่ความเห็น

มาจัดตารางชีวิตกันเถอะ

พอดีครูมาสำรวจตรวจสอบชีวิตตัวเอง  รู้สึกว่านอกจากชีวิตช่วงนี้จะรู้สึกไม่ active แล้ว  ยังรู้สึกว่าผ่านปีใหม่มาแล้วชีวิตก็ยังไม่เป็นระเบียบขึ้น  เรียกได้ว่าค่อนข้างจะไร้แก่นสาร  ไร้สาระ  มีอะไรหลายอย่างที่อยากจะทำ  และคิดว่าถ้าทำได้มันจะเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางที่ดีขึ้นมากๆ  พอสำรวจตรวจสอบดูจึงคิดว่า  เราจะรู้สึกว่า….มีชีวิตอยู่ไปวันๆ  บางทีรู้สึกน่าเบื่อด้วย  และคิดว่าจริงๆชีวิตของเราน่าจะมีพลังชีวิตได้มากกว่านี้  จึงคิดจะเปลี่ยนตัวเองใหม่  คิดและทำใหม่  เลยไปนั่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับ Time management ราคา 119 บาท อ่านแล้วก็ได้สาระประโยชน์มาบ้าง ครูเลยทำเป็นตารางชีวิตส่วนตัวเอาไว้บันทึกเรื่องราวชีวิต  และอยากดูการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของตนเอง  โดยคิดว่าจะต้องมีวินัยในการใช้ชีวิตมากขึ้น…. เพราะจริงๆ  ก็ไม่อยากแก่ก่อนวัย  เราไปดูตารางกันเลย  เราสามารถนำไปประยุกย์ใช้ได้นะครูไม่หวง 

รูปภาพในตารางด้านบนครูจะตื่นเวลา 5.30  มาดื่มน้ำก่อน   แล้วนั่งสมาธิ  จากนั้นน่าจะได้เข้าห้องน้ำไปถ่าย 6.00 น. จะเริ่มออกกำลังกาย  ก็จะมี ซิทอัพ สควอท วิดพื้น ทำต่อเนื่องไปเลย  15 นาทีก็คงจะแฮกๆ  แล้ว  แต่เผื่อเอาไว้เผื่อบ้าพลัง  จากนั้นก็พักเหนื่อยโดยการเก็บกวาดห้อง  จริงๆก็ไม่ต้องเก็บอะไรมากมายนัก   7.00 น. อาบน้ำ แต่งตัว  เตรียมเอาขยะไปทิ้ง  อะไรไม่ใช้ทิ้งไปซะ  อย่าให้รกห้อง  
8.00  ถ้าวันปกติทำงานก็ใส่ลงไป  มันจะมีคาบว่าง  คาบว่างก็ให้เอางานที่สำคัญที่เราจัดลำดับไว้มาใส่เลย  แล้วเคลียร์งานให้จบซะ   เวลาเที่ยงลืมเขียนว่าจะกินอะไร  ก็หาๆอะไรกินไป  แต่ต้องเป็นอาหารที่ดี  ระหว่างวันเจออะไรที่ถูกใจ  ประทับใจมากๆก็ถ่ายรูปเอาไว้  เอามาแปะทีหลัง  17.00 น. ต้องมาออกกำลังกาย  เพื่อสุขภาพ  ต่อด้วยการดื่มน้ำ 2 แก้ว  กลับมาบ้านก็ทำกัวซา   18.00 น.  หาผักผลไม้กินซะ  ไม่เน้นเปรี้ยวมากเพราะไม่อยากให้เลือดเป็นกรด  19.00 น. ซักผ้า  อาบน้ำ   20.00 น. ก็หาไรทำไป  ชิลๆบ้าง   21.00 น.สวดมนต์  ดื่มน้ำ  แล้วเข้านอนเร็วๆ ไม่เกิน 4 ทุ่ม    จะลองทำดู  เพราะน่าจะมาครึ่งชีวิตแล้วที่ชีวิตไร้แก่นสาร  ขาดการวางแผนสั้นๆ  มีแต่แผนยาวๆ  ยาวมากๆๆๆ  จนไม่รู้ว่าจริงๆแล้วได้วางแผนอะไร  ไม่อยากแก่จนเกษียณแล้วกลับมามองชีวิตตัวเองแล้วไร้ค่าจังเลย  ดังนั้นเราต้องคิดใหม่ทำใหม่   อ่อชั่งน้ำหนักไว้ด้วย  เพราะจะได้หุ่นดีกันทุกคน  เด๋วมีอะไรน่าสนใจจะมาอัพเดทบันทึกมาให้ดูกันนะ

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

กิจกรรมพิเศษเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาชีววิทยา 2 Bio HA (ศาสตร์)

img048

รูปภาพ | Posted on by | ติดป้ายกำกับ , , , , , , | ใส่ความเห็น

เกณฑ์การสอบร้องเพลงแบบอะแคปเปล่า เพลงฮอร์โมน

สอบได้ภายในชั่วโมงเรียน   คะแนนเต็ม 100  คะแนน
รูปภาพ
1. เสียงร้องดังชัดเจน   เนื้อร้องไม่ผิด    ร้องโดยไม่ดูเนื้อ           50  คะแนน
(ร้องไม่ชัดเจนหัก  10  คะแนน    เนื้อร้องผิดหักจุดละ  2 คะแนน     ดูเนื้อหัก  10 คะแนน)
2. ทุกคนมีหน้าที่ชัดเจน  ต่อเนื่อง   50 คะแนน
(มีไลน์ประสานเสียง (10)  มีเสียงเครื่องดนตรี  เสียงให้จังหวะ (20) ทุกคนทำหน้าที่อย่างเท่าเทียม (20))

******** ไม่อนุญาตให้ปรบมือ  ดีดนิ้ว  ใช้เสียงมนุษย์ทำเท่านั้น  100 %****************

สอบร้องภายในวันที่  15  กุมภาพันธ์  2556
**************************************************************************

เพลง ฮอร์โมน ทำนองเพลง When I fall in love
(ฉบับพัฒนาล่าสุด 17/12/2555   11.05)  โดยครูสิปป์แสง   สุขผล

Pituitary Gland แบ่งเป็นหน้า-กลาง- หลัง หน้ามี Growth Hormone FSH เร่ง sex cell LH เร่งตกไข่ ชาย Testosterone Prolactin น้ำนม ACTH/TSH
กลาง MSH Melanocyte หลัง ADH ดูดน้ำกลับไต, Oxytocin มดลูกบีบตัว, Islet of Lang. Insulin and / Glucagon…..
ต่อมหมวกไต Cortex-cortisol เพิ่ม metabolism ของ Carbo- Aldosterone ดูดกลับ Sodium.
Sex horm.- Medulla-Adenaline, Noradre.
Thyroid gland มี Thyroxin เพิ่ม metabolism & Calci-tonin ลด Cal เลือดไปที่ Bone
ต่อมพาราไทรอยด์ พาราธอร์โมน ตรงข้ามกัน……..กับ Calcitonin
Sex organ มี 4 หลั่ง hormone ด้วยกัน…….. Interstitial cell – androgen (Testosterone)
Folicle-Estro/gen ควบคุม Female Corpus-lutium cell…….. Progester–rone รอบเดือน
รก HCG กระตุ้น Corpus ให้สร้างฮอร์โมน Progesterone และ Pineal gland –melatonin จะยับยั้ง sex organ เจริญก่อนถึงวัย
ต่อมไทมัสสร้าง Thymosin ควบคุมการสร้าง T-lymphocyte
ฮอร์โมน Gastrin ที่ Stomach หลั่ง HCl / Secretin-intestine
Dwarfism ในเด็ก—- ขาด GH, GH เด็ก—เกิน Gigantism, Acromagaly ใน Adult / ขาด Insulin เบาหวาน/ Cortisol เกิน Cruising / สร้างได้น้อยจริง Addison

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

ภาระงาน ชีววิทยา 2 ระหว่างวันที่ 14-20 มกราคม 2556

1. ทำแบบฝึกหัด worksheet  เรื่อง  Endocrine System
2. ให้นักเรียนศึกษาเนื้อหา The Endocrine System  ที่นี่

บทที่ ๙  ระบบต่อมไร้ท่อ  (Endocrine system)

ทำผังมโนทัศน์ลงใน  worksheet  และเตรียมตัวสอบระหว่างวันที่ 21-25 มกราคม 2556
ตัวอย่างผังมโนทัศน์
IMG_20120502_090046

3. ศึกษาเรื่องพฤติกรรมสัตว์  แล้วทำผังมโนทัศน์  ลงใน worksheet
ตัวอย่างผังมโนทัศน์
IMG_20120502_085049

บทที่ ๑๐  พฤติกรรมสัตว์ (Animal Behavior)

4. ทำแบบฝึกหัดใน worksheet
5. เตรียมตัวสอบ  11-15 กุมภาพันธ์ 2556
6. ส่งงานทุกงาน    รับงานเพิ่มคะแนน (ถ้าต้องการ)
7. ตัดเกรด  ส่งปพ.

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

สรุปฮอร์โมนมนุษย์แบบรวบรัดตัดตอน (อ่านก่อนสอบ)

รูปภาพ4ddd

  ฮอร์โมน คือ สารเคมีที่สร้างมาจากต่อมไร้ท่อ( endocrine gland ) หรือเนื้อเยื่อ (endocrine tissue) แล้วเข้าสู่ระบบหมุนเวียนเลือด ลำเลียงไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายเพื่อควบคุมการทำงานของอวัยวะเป้าหมาย ( target organ ) ฮอร์โมนส่วนใหญ่เป็นสารประเภทโปรตีน อามีนและสเตียรอยด์
       ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง
ต่อมใต้สมอง( pituitary gland) อยู่ตรงส่วนล่างของสมองแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ
–      ต่อมใต้สมองส่วนหน้า( anterior lobe of pituitary gland )
–      ต่อมใต้สมองส่วนกลาง ( intermediated lobe of pituitary )
–      ต่อมใต้สมองจากต่อมใต้สมองส่วนหลัง( posterior lobe of pituitary gland )
       ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองส่วนหน้า ( anterior lobe of pituitary gland )
เป็นส่วนที่ไม่ได้เกิดจากเนื้อเยื่อประสาท การทำงานอยู่ภายใต้การควบคุมของ hypothalamus สร้างฮอร์โมนประเภทสารโปรตีนหรือพอลิเพปไทด์ ได้แก่
       1.     Growth hormone(GH) หรือ Somatotrophic hormone(STH) ฮอร์โมนนี้หลั่งตอนหลับมากกกว่าตอนตื่นและตอนหิวมากกว่าช่วงปกติ
เป็นฮอร์โมนที่ประกอบด้วย polypeptide ที่มีกรดอมิโน 191 ตัว มีธาตุกำมะถันอยู่ในรูป disulphid
กระตุ้นให้เกิดการเจริญของกล้ามเนื้อและกระดูกโดยอาศัย thyroxin และ inrulin เป็นตัวคะตะลิสต์
มีอิทธิพลกระตุ้นการเจริญและเพิ่มความยาวของกระดูกกระตุ้นการเจริญของเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆของร่างกาย
ความผิดปกติเมื่อร่างกายขาดหรือมีมากเกินไป
–      ถ้าร่างกายขาด GH ในเด็ก ทำให้ร่างกายเตี้ยแคระ (สติปัญญาปกติ) เรียก Dawrfism ในผู้ใหญ่ มีอาการผอมแห้ง น้ำตาลในเลือดต่ำ มีภาวะทนต่อความเครียด(stess) สูงเรียกว่า Simmom’s disease
–      ถ้าร่างกายมี GH มากเกินไป ในวัยเด็ก จะทำให้ร่างกายเติบโตสูงใหญ่ผิดปกติ น้ำตาลในเลือดสูง ทนต่อความเครียดได้น้อย เรียกว่า Gigantism ในผู้ใหญ่ กระดูกขากรรไกร คางจะยาวผิดปกติ ฝ่ามือ ฝ่าเท้าโต จมูกใหญ่ ฟันใหญ่ และห่างเรียก Acromegaly
       2.     Gonadotrophin หรือ Gonadotrophic hormone ประกอบด้วยฮอร์โมนที่สำคัญ 2 ชนิด คือ
2.1      Follicle stimulating hormone (FSH) ทำหน้าที่กระตุ้นฟอลลิเคิลให้สร้างไข่และไข่สุก มีการสร้างฮอร์โมน estrogen ออกมา และกระตุ้น seminiferrous tubule ให้สร้างอสุจิ
2.2      Luteinizing hormone (LH) ทำหน้าที่กระตุ้นให้ไข่ตกจากฟอลลิเคิล สำหรับในเพศชาย กระตุ้นให้ interstitial cells ในอัณฑะสร้างฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งอาจเรียกว่า Interstitial Cell Stimulating Hormone (ICSH)
       3.     Prolactin หรือ Lactogenic hormone (LTH) ทำหน้าที่กระตุ้นการเจริญของต่อมน้ำนมในเพศหญิง นอกจากนี้ทำหน้าที่ร่วมกับ androgen ในเพศชายกระตุ้นต่อมลูกหมาก การบีบตัวของท่อนำอสุจิ การสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ

       4.     Andrenocorticotrophin หรือ Adrenocorticotrophic hormone (ACTH) 
มีหน้าที่กระตุ้นทั้งการเจริญเติบโตและการสร้างฮอร์โมนของต่อมหมวกไตส่วนนอกให้สร้างฮอร์โมนของต่อมหมวกไตส่วนนอก ให้สร้างฮอร์โมนตามปกติและกระตุ้น การหลั่ง insulin การหลั่ง GH ควบคุมการทำงานของต่อมเหนือไตชั้นนอก ( adrenal cortex ) ทำให้สีของสัตว์เลือดเย็นเข้มขึ้น มีโครงสร้างเหมือน MSH
       5.     Thyroid Stimulation hormone (TSH) ทำหน้าที่กระตุ้นให้มีการเพิ่มการนำไอโอดีนเข้าต่อมไทรอยด์ เพื่อเพิ่มการสังเคราะห์ thyroxine hormone
การหลั่งฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองส่วนหน้าจะถูกควบคุมโดยฮอร์โมนที่สร้างจากสมองส่วน hypothalamus มีฮอร์โมนที่กระตุ้นและยับยั้งการผลิตฮอร์โมนของต่อมใต้สมองส่วนหน้าและมีชื่อเรียกตามผลที่แสดงออกต่อการสร้างฮอร์โมน เช่น
–      ฮอร์โมนกระตุ้นการหลั่ง GH ( GH releasing hormone, GRH) กระการหลั่งฮอร์โมน growth
–      ฮอร์โมนยับยั้งการหลั่ง GH (GH inhibiting hormone,GIH) ยับยั้งไม่ให้มีการหลั่งฮอร์โมน growth
–      ฮอร์โมนกระตุ้นการหลั่ง prolactic (Prolactin releasing hormone,PRH) กระตุ้นให้ Prolactin หลั่งออกมา
–      ฮอร์โมนควบคุมการหลั่ง thyroid (Thyroid releasing hormone,TRH) กระตุ้นการหลั่ง TSH
–      ฮอร์โมนกระตุ้นการหลั่ง Gn (Gonadotrophin releasing hormone,GnRH) กระตุ้นให้มีการหลั่ง LH และ FSH
ฮอร์โมนเหล่านี้รวมเรียกว่า ฮอร์โมนประสาท เพราะสร้างมาจากเซลล์พิเศษ ซึ่งเปลี่ยนแปลงมาจากเซลล์ประสาทภายใน hyprothalamus
       ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองส่วนกลาง (Intermediate lobe)
มีขนาดเล็กมากทำหน้าที่สร้างฮอร์โมน Melanocyte Stimulating Hormone(MSH) ทำหน้าที่ปรับสีของสัตว์เลือดเย็นให้เข้มขึ้น(ทำหน้าที่ตรงข้ามกับ Malatonin จากต่อม pineal ) ในสัตว์เลือดอุ่นมีหน้าที่ไม่แน่ชัด
ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองส่วนหลัง (Posterior lobe) เป็นกลุ่มเซลล์ของเนื้อเยื่อประสาทจาก hypothalamus ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนภายนอก แล้วลำเลียงมาไว้ที่ต่อมใต้สมองส่วนหลัง ได้แก่
1.      Oxytocin ทำให้กล้ามเนื้อมดลูก เต้านม กระเพาะปัสสาวะมีการหดตัว ฮอร์โมนนี้จะมีการหลั่งออกมาตอนคลอดลูกและในขณะร่วมเพศ แต่ถ้าหลั่งออกมามากก่อนคลอดจะทำให้แท้งลูกได้
2.      Vasopressin หรือ Antidiuretic hormone ( ADH ) ทำให้เส้นเลือดมีการหดตัวช่วยให้ท่อหน่วยไตดูดน้ำกลับคืน ทำให้ลดการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ที่จำเป็น ถ้าร่างกายขาดจะปัสสาวะมากทำให้เกิดโรคเบาจืด( diabetes inspidus)
       ฮอร์โมนจากไอส์เลตออฟแลเกอร์ฮานส์
Paul langerhan(1868) แห่งมหาวิทยาลัยไพรเบิร์กในเยอรมัน ได้ศึกษาตับอ่อนและพบกลุ่มเซลล์ตับอ่อนกระจายอยู่เป็นย่อมๆมีหลอดเลือดมาหล่อเลี้ยงมาก แ ละเรียกกลุ่มเซลล์เหล่านี้ตามชื่อของผู้คนพบว่า islets of Langerhans ฮอร์โมนที่สำคัญมี 2 ชนิดคือ
1.      Insulin สร้างมาจากกลุ่ม ? – cell ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีขนาดเล็กและมีจำนวนมาก หน้าที่ของ insulin คือรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ ถ้ามีน้ำตาลในเลือดสูง insulin จะช่วยเร่งการนำกลูโคสเข้าเซลล์และเร่งการสร้าง glycogen เพื่อเก็บสะสมไว้ที่นับและกล้ามเนื้อ และเร่งการใช้กลูโคสของเซลล์ทั่วไป ทำให้น้ำตาลในเลือดน้อยลง
ในคนปกติจะมีน้ำตาลในเลือด 100 mg ต่อเลือด 100 Cm3 กรณีคนที่ขาด insulin ทำให้เป็นโรคเบาหวาน ( diabetes mellitus ) คือ มีน้ำตาลในเลือดสูงมากและหลอดไตดูดกลับไม่หมด จึงมีส่วนหนึ่งออกมากับปัสสาวะ เมื่อเป็นมากๆ ร่างกายจะผอม น้ำหนักตัวลดลงมากเนื่องจากมีการสลายไขมันและโปรตีน มาใช้แทนคาร์โบไฮเดรตซึ่งร่างกายใช้ไม่ได้ ผู้ป่วยจะถ่ายปัสสาวะบ่อยครั้ง และมีน้ำตาลออกมาด้วย ปัสสาวะมีความเป็นกรดมาก เนื่องจากมีคีโตนบอดี (Ketone Body) ซึ่งเป็นผลจากการสลายไขมัน นอกจากนี้ถ้าหากเป็นแผลจะหายยากมากเพราะในเลือดมีน้ำตาลสูง จุลินทรีย์ต่างๆจึงใช้เป็นอาหารได้เป็นอย่างดี เมื่อเป็นนานเข้าผู้ป่วยจะตาย เนื่องจากไตหมดประสิทธิภาพในการทำงาน
2.      Glucagon สร้างมาจาก ? – cell เป็นเซลล์ที่มีขนาดใหญ่และมีน้อยกว่า ? – cell glucagon มีหน้าที่เพิ่มน้ำตาลในเลือดโดยเร่งสลายไกลโคเจนในตับให้เป็นกลูโคส ( ทำหน้าที่ตรงข้ามกับ insulin ) และเร่งการสร้างกลูโคสจากโปรตีนด้วย ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำตาลในเลือดจะเป็นสัญญาณให้ฮอร์โมนทั้งสองชนิดนี้ทำงานเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในภาวะปกติเสมอ
       ฮอร์โมนจากต่อหมวกไต
ต่อมหมวกไต(adrenal gland) เป็นต่อมไร้ท่อที่อยู่เหนือไตทั้งสองข้าง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ต่อมหมวกไตแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
1.      adrenal cortex หรือต่อมหมวกไตชั้นนอก ผลิตฮอร์โมนได้มากกว่า 50 ชนิด ภายใต้การควบคุมของ ACTH จากต่อมใต้สมองตอนหน้า ฮอร์โมนที่ผลิตขึ้นมีสมบัติเป็นสเตอรอยด์ (steroid) แบ่งฮอร์โมนเป็น 3 กลุ่มที่สำคัญ คือ
1.1      Glucocorticoid hormone ทำหน้าที่ควบคุมเมแทบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรต โดยเปลี่ยน glycogen ในตับและกล้ามเนื้อให้เป็นกลูโคส ( ทำหน้าที่เหมือนกลูคากอนจากตับอ่อน)ในวงการแพทย์ใช้เป็นยาลดการอักเสบและรักษาโรคภูมิแพ้ ฮอร์โมนกลุ่มนี้คือ cortisol และ cortisone ( ในภาวะตึงเครียดถ้ามีการหลั่ง cortisol มากทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารได้)
ถ้ามีฮอร์โมนกลุ่มนี้มากเกินไปจำทำให้อ้วน อ่อนแอ ( ไขมัน พอกตามตัว ) หน้ากลมคล้ายดวงจันทร์ หน้าท้องลาย น้ำตาลในเลือดสูงเช่นเดียวกับคนเป็นโรคเบาหวาน เรียกว่า โรคคูชชิง( Cushing’s syndrome)
1.2      Mineralocorticoid hormone ทำหน้าที่ควบคุมสมดุลของน้ำและเกลือแร่ ฮอร์โมนสำคัญกลุ่มนี้คือ aldosterone ช่วยในการทำงานของไตในการดูดกลับ Na และ Cl ภายในท่อตับ
ถ้าขาด aldosterone จะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและโซเดียมไปพร้อมกับปัสสาวะ ส่งผลให้เลือดในร่างกายลดลงจนอาจทำให้ผู้ป่วยตายเพราะความดันเลือดต่ำ
1.3      Adrenal sex hormone ฮอร์โมนเพศช่วยกระตุ้นให้มีลักษณะทางเพศที่สมบูรณ์ทั้งชายและหญิง (secondeary sexual characteristics) ในเด็กผู้หญิงพบว่า ถ้ามีฮอร์โมนเพศมากเกินไปจะมี่ขนาด clitoris โต และมีอวัยวะที่ labium คล้ายๆถุงอัณฑะถ้าเป็นผู้หญิงที่โตเป็นสาวแล้วจะมีผลทำให้เสียงต่ำและมีหนวดเกิดขึ้น ประจำเดือนหยุดเรียกลักษณะนี้ว่า Adrenogentital sysdrome
ถ้า adrenal cortex ถูกทำลายจะไม่สามารถสร้างฮอร์โมนทำให้เป็นโรค Addison’s disease ผู้ที่เป็นโรคนี้ร่างกายจะซูบผอม ผิวหนังตกกระ ร่างกายไม่สามารถรักษาสมดุลของแร่ธาตุได้ ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้
2.      Adrenal medulla เป็นเนื้อชั้นในของต่อมหมวกไต อยู่ภายใต้การควบคุมของ sympathetic ( ไม่มี parasympathetic ) ถูกกระตุ้นในขณะตกใจ เครียด กลัว โกรธ เนื้อเยื่อชั้นนี้จะทำหน้าที่สร้างฮอร์โมน 2 ชนิด
2.1      Adrenalin hormone หรือ Epinephrine hormone
กระตุ้นให้หัวใจบีบตัวแรง ( ความดันเลือดสูง ) เส้นเลือดขยายตัวเปลี่ยน glycogen ในตับให้เป็นกลูโคสในเลือด ทำให้มีพลังงานมากในขณะหลั่งออกมา (adrenalin ใช้ในการห้ามเลือดได้เพราะทำให้เลือดเป็นลิ่ม ๆ)
2.2      Noradrenalin hormone หรือ Norepinephrine hormone
กระตุ้นให้เส้นเลือดมีการบีบตัว ( ความดันเลือดสูง ) ผลอื่นๆคล้าย adrenalin แต่มีฤทธิ์น้อยกว่า
       ฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์
ต่อมไทรอยด์(Thyroid gland) เป็นต่อมไร้ท่อที่มีขนาดใหญ่ มี 2 lobe อยู่บริเวณลำคอ หน้าหลอดลมใต้กล่องเสียงเล็กน้อย ต่อมนี้สร้างฮอร์โมน 2 ชนิด คือ
1.      Thyroxin เป็นสารอนุพันธ์ของกรดอมิโน ช่วยเร่งอัตราเมแทบอลิซึมของร่างกาย ในสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ช่วยให้เกิด metamorphosis เร็วขึ้น ฮอร์โมนนี้จำเป็นต่อการเจริญและการพัฒนาการของร่างกายโดยเฉพาะสมอง
ถ้าขาดฮอร์โมนไทรอกซิน ในเด็กจะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจช้าลง สติปัญญาไม่ดี อวัยวะเพศไม่เจริญ ร่างกายเตี้ยแคระ เรียกกลุ่มอาการนี้ว่า Cretinism
ส่วนในผู้ใหญ่จะมีอาการเหนื่อยง่าย ซึม อ้วนง่าย ผมและผิวหนังแห้ง ความจำเสื่อม กล้ามเนื้ออ่อนแรง เฉื่อยชา เรียกกลุ่ม อาการนี้ว่า Myxedema
นอกจากนี้การขาดธาตุไอโอดีน ยังมีผลทำให้ต่อมไทรอยด์ไม่สามารถสร้างฮอร์โมนไทรอกซินได้ ส่งผลให้เป็น โรคคอพอก ( Simple goiter หรือ endemic goiter) เพราะเมื่อร่างกายขาดไทรอกซิน จะมีผลให้ Hypotalamus หลั่งสารเคมีมากระตุ้นต่อมใต้สมองส่วนหน้าให้หลั่งฮอร์โมน TSH ส่งมาที่ต่อมไทรอยด์มากกว่าปกติ เมื่อต่อมถูกกระตุ้นจึงมีขนาดขยายโตขึ้น
การสร้างฮอร์โมนนี้มากเกินไปจะทำให้เกิดโรค Grave’s disease ในเด็กจะมีอาการตัวสั่น ตกใจง่าย แต่คอไม่พอก ส่วนในผู้ใหญ่จะเกิดอาการคอพอกเป็นพิษ (toxin goiter หรือ exophthalmic goiter ) ต่อมมีขนาดใหญ่ มีฮอร์โมนมาก อัตราเมแทบอลิซึมจะสูง นานไปจะมีการสะสมสารเคมีบางชนิดในเบ้าตาทำให้ตาโปน
2.      Calcitonin เป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ลดระดับของแคลเซียมในเลือดที่สูงเกินปกติ ให้เข้าสู่ระดับปกติ โดยดึงส่วนที่เกินนั้นไปไว้ที่กระดูก ดังนั้นระดับแคลเซียมในเลือดจึงเป็นตัวควบคุมการหลั่งฮอร์โมน ฮอร์โมนนี้จะทำงานร่วมกับต่อมพาราไทรอยด์และวิตามิน
       ฮอร์โมนจากต่อมพาราไทรอยด์
ต่อมพาราไทรอยด์ (parathyroid gland) มีขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว มีอยู่ด้วยกัน 4 ต่อม ฝังอยู่ด้านหลังของต่อมไทรอยด์ข้างละ 2 ต่อม ฮอร์โมนที่สร้างจากต่อมนี้คือ parathormone
Parathormone เป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ควบคุมระดับแคลเซียมและฟอสฟอรัสในเลือดและเนื้อเยื่อให้ปกติ ช่วยให้ไตและลำไส้เล็กดูดแคลเซียมกลับคืนได้มากขึ้น โดยทำงานร่วมกับวิตามิน ซี และ ดี ทำหน้าที่ควบคุมแคลเซียม กับ Calcitonin
ถ้าขาดฮอร์โมนชนิดนี้ จะทำให้การดูดแคลเซียมกลับที่ท่องของหน่วยไตลดน้อยลง แต่จะมีฟอสฟอรัสมากขึ้น มีผลทำให้เกิดตะคริวชักกระตุก กล้ามเนื้อเกร็งเรียกการเกิด tetany แก้โดยลดอาหารที่มีฟอสฟอรัสสูงๆ และเพิ่มแคลเซียมหรือฉีดวิตามิน D
แต่ในกรณีที่มีมากเกินไปจะทำให้กระดูกและฟันไม่แข็งแรงประสาทตอบสนองได้น้อย กล้ามเนื้อเปลี้ย ปวดกระดูก
       ฮอร์โมนจากอวัยวะสืบพันธุ์
ต่อมเพศ (gonad gland) หมายถึง อวัยวะสืบพันธุ์คืออัณฑะ หรือ รังไข่
1.      อัณฑะ (testis) ภายในอัณฑะมีกลุ่มเซลล์ interstitial cell เป็นแหล่งที่ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนเพศชายฮอร์โมนที่ถูกสร้างเป็นสารสเตียรอยด์ ที่เรียกว่า androgens ประกอบด้วยฮอร์โมนหลายชนิด ที่สำคัญคือ testosterone ทำหน้าที่ควบคุมลักษณะของเพศชาย เช่น เสียงแตก นมขึ้นพาน มีหนวดบริเวณที่ริมฝีปาก กระดูกหัวไหล่กว้าง
2.      รังไข่( ovary ) เป็นแหล่งสร้างฮอร์โมนเพศหญิง ต่อมเพศอยู่ในรังไข่ทั้ง 2 ข้าง มีแหล่งสร้างฮอร์โมน 2 แหล่ง คือ follicle ในรังไข่ และ corpus luteum ฮอร์โมนที่สร้างได้มี 2 ชนิด คือ
1.1      Estrogen เป็นฮอร์โมนที่สร้างจาก follicle ทำหน้าที่ควบคุมลักษณะเพศหญิง การมีประจำเดือน เตรียมการตั้งครรภ์ ห้ามการสร้างไข่ โดยห้าม FSH จากต่อมใต้สมองและกระตุ้นให้มีการหลั่ง LH แทน
1.2      Progesterone สร้างจาก corpus luteum มีหน้าที่ในการกระตุ้นให้ผนังมดลูกหนา ห้ามการมีประจำเดือน ห้ามการตกไข่ ให้ต่อมน้ำนมเจริญมากขึ้น ป้องกันการแท้งบุตร อยู่ภายใต้การควบคุมของฮอร์โมน FSH และ LH จากต่อมใต้สมองส่วนหน้า
ระบบฮอร์โมนขณะมีการเปลี่ยนแปลงรอบเดือน ในขณะมีรอบเดือน (memstrucation) Estrogen และ LH ต่ำ progresterone ต่ำมาก ภายหลังการตกไข่ (ovulation ) progesterone จะสูงขึ้นและจะสูงสุดภายหลังตกไข่ผ่านไป 1 สัปดาห์ จากนั้นจะลดลงเรื่อยๆถ้าไข่ไม่ถูกปฏิสนธิ
       ฮอร์โมนจากต่อไพเนียล
ต่อมไพเนียล (pineal gland) เป็นต่อมเล็กๆ ที่อยู่ระหว่างสมองส่วน cerebrum พูซ้ายและพูขวา ต่อมไพเนียลจะสร้างฮอร์โมน melatonin
Melatonin เป็นฮอร์โมนที่มีความสำคัญในคนและสัตว์ชั้นสูงในช่วงก่อนวัยหนุ่มสาว โดยจะไปยับยั้งการเจริญของอวัยวะสืบพันธุ์
ถ้าต่อมนี้เกิดผิดปกติและผลิตฮอร์โมนนี้มากเกินไปจะทำให้เป็นหนุ่มสาวช้าลงกว่าปกติ
ในสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังชั้นต่ำบางชนิด เช่น ปลาปากกลมต่อมไพเนียลจะไม่ได้ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมน แต่จะทำหน้าที่เป็นกลุ่มเซลล์รับแสง (photoreceptor)
การหลั่งฮอร์โมนของต่อมนี้ จะหลั่งได้ดีในกรณีอยู่ในที่มืดในสัตว์พวกที่อยู่ในที่มีแสงสว่างมากจะหลั่งน้อย พวกสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และสัตว์เลื้อยคลานบางชนิด ซึ่งเป็นสัตว์เลือดเย็น ฮอร์โมนนี้จะไปช่วยในการปรับสีของผิวหนังให้จางลง (ทำหน้าที่ตรงกันข้ามกับ MSH จากต่อมใต้สมองส่วนกลาง)
       ฮอร์โมนจากต่อมไทมัสและเนื่อเยื่ออื่นในร่างกาย
ต่อมไทมัส(Thymus glad) มีลักษณะเป็น 2 พู อยู่ตรงทรวงอก รอบเส้นเลือดใหญ่ของหัวใจเป็นเนื้อเยื่อน้ำเหลือง ทำหน้าที่สร้างลิมโฟไซต์(T-Lymphotyce) หรือ T-Cell
การที่เนื้อเยื่อน้ำเหลืองสร้างเซลล์ได้ต้องมีฮอร์โมนThymosinที่สร้างจากเนื้อเยื่อบางส่วนของต่อมไทมัส ต่อมนี้เจริญเต็มที่ตั้งแต่ทารกยังอยู่ในครรภ์แม่ และจะเสื่อมสภาพเรื่อยๆเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น
นอกจากนี้ ฮอร์โมนบางชนิดยังสามารถสร้างจากเนื้อเยื่อในร่างกายได้เนื้อเยื่อสำคัญคือ เนื้อเยื่อชั้นในกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก ฮอร์โมนที่สร้างจากเนื้อเยื่อนี้เป็นสารประเภทโปรตีน มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการย่อยอาหาร ได้แก่
1.      Gastrinเป็นฮอร์โมนที่สร้างจากเนื้อเยื่อชั้นในของกระเพาะอาหาร ทำหน้าที่กระตุ้น ทำหน้าที่กระตุ้นหลั่งน้ำย่อยจากตับอ่อน การเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก
2.      Sacretin เป็นฮอร์โมนที่สร้างจากเนื้อเยื่อชั้นในบริเวณดูโอดินัม ของลำไส้เล็ก ทำหน้าที่กระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยในตับอ่อน และกระตุ้นตับให้หลั่งน้ำดี เมื่ออาหารผ่านจากกระเพาะเข้าสู่ลำไส้เล็ก
       การควบคุมการทำงานของฮอร์โมนนี้
1.      ควบคุมโดยระบบประสาทโดยตรง เช่น การทำงานของต่อมใต้สมองส่วนหลัง และอะครีนัลเมดัลลา
2.      ควบคุมระบบประสาทโดยอ้อม เช่น ต่อมไทรอยด์ ต่อมอะดรีนัลอร์เทกซ์ รังไข่ อัณฑะ ต่อมไร้ท่อเหล่านี้ถูกควบคุม โดยต่อมใต้สมองส่วนหน้า แต่ต่อมใต้สมองส่วนหน้าถูกควบคุมโดยฮอร์โมนส่วนประสาทจากสมองส่วนไฮโปทาลามัส
3.      ควบคุมโดยฮอร์โมน โดยต่อมไร้ท่อจะสร้างฮอร์โมนมาควบคุมซึ่งกันและกัน ซึ่งมีทั้งกระตุ้น และยับยั้ง เช่นต่อมใต้สมองส่วนหน้าสร้างฮอร์โมนมาควบคุม และกระตุ้นให้ต่อมไทรอยด์ สร้างฮอร์โมนไทรอกซินเพิ่มขึ้น เมื่อฮอร์โมนนี้มีมากเกินไปก็จะยับยั้งฮอร์โมนที่สร้างจากต่อมใต้สมองส่วนหน้าอีกทีหนึ่ง การควบคุมแบบนี้เรียกว่า การควบคุมแบบย้อนกลับ (Negative feed back)
4.      การควบคุมโดยผลของฮอร์โมน เช่น การหลั่ง Paratormone ถูกควบคุมโดยระดับแคลเซียม ในพลาสมา ถ้าระดับแคลเซียมในพลาสมาต่ำจะมีผลไปกระตุ้นต่อต่อมพาราไทรอยด์ ให้หลั่งParatormone ออกมามาก แต่เมื่อระดับแคลเซียมสูง จะเป็นการยับยั้งฮอร์โมนนี้
       ฟีโรโมน (Pheromone)
Pheromone หมายถึง สารเคมีที่สัตว์ขับออกมานอกร่างกาย โดยต่อมมีท่อ (exocrine gland) ซึ่งไม่มีผลต่อตัวเอง แต่จะไปมีผล ต่อสัตว์ตัวอื่นที่เป็นชนิดหรือสปีชีส์เดียวกัน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม และสรีรวิทยาเฉพาะอย่างได้ฟีโรโมน จัดเป็นสารเคมีที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสารสัญญาณดังนี้
1.      สารดึงดูดเพศตรงข้าม (Sex Attractant)
2.      สารเตือนภัย (Alarm Pheromone)
3.      สารส่งเสริมการรวมกลุ่ม (Aggregation – Promoting Subtances)ยกว้นสารสารที่มีกลิ่นเหม็นๆของแมลงที่ผลิตออกมาเพื่อป้องกันศัตรู เรียกว่าAllomones
       ฮอร์โมนจากแมลง
ฮอร์โมนจากแมลงมี 3 กลุ่ม คือ
       1.     ฮอร์โมนจากสมอง (brain hormone หรือ BH) เป็นกลุ่มฮอร์โมนซึ่งสร้างจาก neurosecretory cell ในสมอง กระตุ้นต่อมไร้ท่อบริเวณทรวงอก ทำให้สร้างฮอร์โมน molting hormone (MH) ไปเก็บไว้ใน corpus cardiacum ต่อไป
       2.     ฮอร์โมนเกี่ยวกับการลอกคราบ (molting hormone หรือ MH) สร้างบริเวณทรวงอกมีผลทำให้แมลงลอกคาบ และ metamorphosis เป็นตัวโตเต็มวัย
       3.     ฮอร์โมนยูวีไนล์(Juvenile hormone หรือ JH) สร้าง จากต่อมทางสมองมาทางซ้ายเรียก corpus allatum ทำหน้าที่ห้ามระยะตัวหนอนและดักแด้ไม่ให้ไม่ให้เป็นตัวเต็มวัย แต่ถ้ามี JH ลดลง จะกระตุ้นให้ลอกคราบแล้วกลายเป็นตัวเต็มวัยได้
ที่มา : http://www.thaigoodview.com/library/studentshow/2547/chonburi/bio/members.thai.net/m6141/Lesson21.htm

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , , | ใส่ความเห็น